Hot News ประเทศไทย เกษตร ผลไม้เศรษฐกิจดี ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์ฝักดาบ’ สร้างกำไร 100,000 บาท/ปี

ผลไม้เศรษฐกิจดี ‘มะขามเปรี้ยวยักษ์ฝักดาบ’ สร้างกำไร 100,000 บาท/ปี



เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ สำหรับ “มะขามหวาน” แต่ “มะขามเปรี้ยว” โดยปกติไม่ค่อยนิยมปลูกเหมือน “มะขามหวาน” แต่ในช่วงปีหลังๆมานี้ คนเริ่มหันมานิยมปลูก มะขามเปรี้ยวยักษ์ฝักดาบ กันมากขึ้น เพราะว่าสามารถนำมาแปรรูปได้หลายอย่างมาก และได้ราคาดีมาก ในส่วนของมะขาวเปรี้ยวยักษ์นั้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ  ฝักตรง และฝักงอ หรือฝักโค้ง มีรสชาติเปรี้ยวมาก และนำหนัก 6-7 ฝักต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว เพราะว่า มะขามเปรี้ยวยักษ์ นั้นเนื้อเยอะมาก และน้ำหนักดี ซึ่งเป็นที่ต้องการมากๆ ของตลาด

 

 

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าของสาวอย่าง “นายวิรัตน์ บัวสีกา” เป็นเจ้าของสวน “สวนมะขามเปรี้ยวยักษ์ฝักดาบวิรัตน์” บ้านเลขที่ 158 ม.3 บ้านโคกเปราะหอม ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยคุณวิรัตน์เล่าว่า  ความยากง่ายในการผลิตและส่งออกนั้นคือความต้องการมากน้อยของความต้องการทางการตลาด โดย คุณวิรัตน์ เผยถึงจุดเริ่มต้นของการทำสวนนั้น พี่ชายได้เริ่มซื้อที่ดินกว่า 50 ไร่ แล้วไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรดี เพราะเนื้องจากพื้นดินนั้นเค็ม เมื่อขุดลงไปมากๆจะพบเกลือตนจึงไปหาข้อมูลและศึกษาจากชาวบ้านเรื่องในการปลูกมะขาว แต่ชาวบ้านกล่าวว่า พื้นดินเค็มน่าจะเหมาะกับการปลูกมะขาวเปรี้ยว

 

 

โดคุณวิรัตน์ยังเล่าอีกว่า ครั้งหนึ่งผมบังเอิญไปเห็นเค้า้ก็บรวบรวมมะขามส่งไปขายยังต่างประเทศ และเวลาที่เค้าไปซื้อมะขามนั้นก็ไม่ได้ซื้อแพงอะไร แต่เวลาส่งขายไปยังต่างประเทศนั้นราคาสูงมาก

 

 

โดยสายพันธุ์มะขามเปรี้ยวนั้นได้มาจากเมืองกาญจน์ และได้ต้นพันธุ์ “ชัยโกมินทร์” ซึ่งเป็นต้นมะขามต้นใหญ่มาก ฝักนั้นใหญ่มากเหมือนดาบราวๆ 3-4 ฝักต่อกิโลกรัมจึงเอาเมล็ดไปแจกที่สถานที่ศูนย์ราชการ โรงเรียน สถานที่ราชการ และได้แตกแขนกไปหลายสายพันธุ์ ซึ่งทำมาประมาณ 15-16 ปีแล้ว สำหรับการปลูกช่วงแรกที่เริ่มเข้าสู่ปีที่ 3-4 เราเริ่มเก็บผลผลิตได้ จากนั้นเข้าสู่ปีที่ 5-6 เริ่มก็เริ่มมีการขยายพันธุ์ขึ้นมา ประมาณ 300-400 ต้น ใน 1 ไร่ จะมี ทะขามประมาณ 25 ต้น และเข้าสุ่ปีที่ 6 7 8 ผลผลิตของเรานั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื้อจากมะขามเปรีั้ยวฝักดาบนั้นเลี้ยงง่าย โรคในพื้นน้อย และผลผลิตนั้นออกมาสวยมาก

 

 

ทางเจ้าของสวนยังบอกอีกว่า  ในปัจจุบันตนมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากมะขามในสวนอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 อย่างก็คือ

 

 

1.มะขามแช่อิ่ม ถือว่าได้รับความนิยมมาก โดยขายที่ราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม เนื้องจากมีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงสวนโดยตรงและนำไปขายต่อในราคา 150-160 บาท

2.มะขามดองเกลือ สำหรับมะขามดองเกลือนั้นเราจะทำการแกะเปลือกและเมล็ดออกและน็อคน้ำปูนใสซึ่งเป็นน้ำเย็นจะขายในราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม โดยคนที่มาซื้อต่อนั้นจะเอาไปใส่แค่น้ำเชื่อม ก็สามารถนำไปขายเป็นมะขามแช่อิ่มได้แล้ว

3.ต่อกิ่งสายพันธุ์ โดยตนได้เพาะเมล็ดไว้ลงถุงดำขนาดเท่าต้นกาแฟ จากนั้นทาบกิ่งไว้และรดน้ำ ในเวลา 2 เดือนก้นำ มาขายในราคาต้นกล้าละ 200 บาทแต่ช่วงหลังๆมานี้ขายเพียงแค่ กล้าละ 80 บาทส่วนใครที่อยากจะสั่งให้สั่งล่วงหน้าไว้ก่อนเพราะคนที่มาก่อนหน้านี้เอาไปหมดเลย

4.มะขามเปียก ในส่วนของมะขามเปียกนั้นราคาอยู่ที่ 100-130 บาทต่อกิโลกรัม แต่ในปีหลังๆมานี้ราคาตกอยู่ที่เพียง 40-50 บาท ต่อกิโลกรัม เพราะว่าการระบายสินค้าออกไปยังต่างประเทสไม่ทัน โดยสำหรับมะขามเปียกที่ออกไปตามสี่มุมเมืองนั้นอยู่ที่ราคา 110-115 บาทตามตลาดตลองเตยอยู่ที่ 130 บาท ถ้าเกรดดีๆจะอยู่ที่ 140 บาท ต่อกิโลกรัม

 

 

สำหรับมะขามเปียกจะนิยมซื้อจากเกษตรกรมากกว่าที่ชาวบ้านนำมาขายกัน เพราะเคยเจอกรณีที่มะขายมีตำหนิมาก เช่นมีก้อนหิน หรือเม็ดทรายบางฝักก็เสีย และน้ำหนักไม่ได้มาตราฐาน โดยทางสวนขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในกิโลกรัมละ 20-40 บาทเท่านั้น เพราะมีการประเมิณว่าต้องมีการคัดเมล็ดอีก ทั้งนี้มะขามเปียกที่นำไปใส่ในน้ำแล้ว แล้วเวลาบีบเอาน้ำออกมาจะได้น้ำมะขามจำนวนมาก เพราะกากจะน้อยหายเป็นมะขามตามธรรมชาติแล้วน้ำจะน้อยและมีกากมาก”

 

 

สำหรับตลาดมะขามนั้นถือได้ว่าคึกคักตลอดทั้งปีคุณวิรัตน์กล่าว โดยสำหรับคนที่มารับนั้นส่วนใหญ่จะซื้อไปเก็บไว้ในห้องเย็นเพื่อรอที่จังหวะราคาสูงจะนำออกมาขาย บางรายก็นำไปขายยังต่างประเทศ

 

 

ทั้งนี้ในตลาดทั้วไปนั้นจะขายอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งถือว่าราคายังดีอยู่ อยากน้อยก็ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 40 บาท สำหรับมะขามจะแพงอีกครั้งประมาณต้นเดือน ม.ค.-ก.พ. เพราะว่าห้องเย็นเขาจะดึงราคากันเอง แต่หลังๆมานี้ ราคาขยับเพิ่มขึ้นมากจึงเก็บไว้ขายส่งเองดีกว่า

 

 

ส่วราคาของมะขามนั้นคุณวิรัตน์ กล่าวว่า ราคานั้นอยู่ที่ออเดอรืการส่งออกว่ามีมากน้อยแค่ไหนบางปีก็มีการมาขอซื้อถึงหน้าสวนทั้งไร่เลยก็มี  ซึ่งคิดราคาเหมาไป สำหรับกำไรที่ได้จากการขายมะขามตกประมาณไร่ละ 100,000 บาทต่อปี

 

 

โดยเฉพาะพ่อค้าที่รับมาทุกๆ ปีนั้นบางรายถึงกับจ่ายเงินล่วงหน้าเลยก็มีโดยเขาจะเอารถมาเก็บเองส่วนเรานั่งดู และเมื่อช่วงที่หมดฤดูของมะขามสดแล้วก็จะเป็นมะขามเปียกและแน่นอนว่ามะขามเปียกนั้นมีราคาแพงกว่ามะขามสดมากเนื้อจากเก็บไว้ได้นาน บางรายก็นำไปแปรรูปเป็นรสต่างๆโดยเฉพาะที่ตลาดไทยนั้นราคาอยู่ที่ 110-130 บาทต่อกิโลกรัม เลยทีเดียว ถ้าดูตามฤดูกาลแล้วนั้นมะขามถือได้ว่าคึกคักตลอดปี

 

 

สุดท้ายสำหรับผมที่ดินผืนนี้การปลูกมะขามถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผม และมั่นใจว่ามะขามเป็นอีกสิ่งที่ตลาดต้องการตลอดทั้งปีและสามารถสร้างรายได้ไม่แพ้การทำเกษตรแบบอื่นแน่นอน คุณวิรัตน์ กล่าว

ขอขอบคุณ : แนวหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *